หนุ่มขี้อาย "มาริโอ้" จากเด็กปั๊ม สู่พระเอกพันล้าน ปัจจุบันรับบท "ทองเอก" จนมีแต่คนหลงรัก - ข่าวดัง24th

Post Top Ad

Thursday, February 14, 2019

หนุ่มขี้อาย "มาริโอ้" จากเด็กปั๊ม สู่พระเอกพันล้าน ปัจจุบันรับบท "ทองเอก" จนมีแต่คนหลงรัก



ถ้าเอ่ยนามถึง ‘พระเอกพันล้าน’ หนึ่งในนั้นลิสต์นั้นจะต้องมีชื่อ ’มาริโอ้ เมาเร่อ’ อย่างแน่นอน หนุ่มที่มีทั้งหน้าตาที่เพียบพร้อม นิสัยที่เป็นที่กล่าวขานถึงความน่ารัก สนุกสนาน แต่ความสามารถด้านการแสดงก็ไม่ธรรมดา การันตีด้วยรางวัลมากมาย…



ทีมงานมีโอกาสได้พูดคุยสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ‘มาริโอ้’ ครั้งได้เป็นตัวแทนโมเมนต์แห่งความสำเร็จ แชร์เรื่องราวการทำเป้าหมายให้เป็นจริง ในงานจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน แคมเปญ Own Your Moment และถึงแม้บทสนทนาดังต่อไปนี้จะได้พูดคุยกันในหลายเดือนก่อน แต่ก็ประจวบเหมาะกับการละครที่กำลังเป็นที่พูดถึง เรตติ้งกระฉูดกับบทบาท ‘ทองเอก’ ในละครพีเรียดเรื่อง ‘ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง’ เราจึงขอนำเรื่องราวของมาริโอ้กับ 15 ปีวงการบันเทิงของเขามาให้ได้อ่านกัน



เราเริ่มบทสนทนาอย่างสุดเบสิกโดยให้ ‘โอ้’ แนะนำตัว นักแสดงหนุ่มบอกกับเราอย่างติดตลกว่า มาริโอ้ ครับ ฉายาเพื่อนเรียก ‘ไอ้แว่น’ หรือ ‘ไอ้หรั่ง’ ปัจจุบันอายุ 18 ปี ซึ่งดูจากหน้าตาก็พอจะเชื่อได้ เรียกได้ว่ากี่ปีๆ มาริโอ้ ก็หน้าเด็กเหมือนเดิม แต่แท้จริงแล้วหนุ่มคนนี้อายุ 30 แล้วก็ตาม แค่เริ่มพูดคุยก็เต็มไปด้วยอารมณ์ขันของเขาคนนี้ แต่บอกไว้เลยว่าเรื่องราวของเขาไม่ได้มีแค่ความสนุกสนาน หนุ่มคนนี้เป็นอีกคนที่สามารถมอบแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนได้อย่างแน่นอน



มาริโอ้กับวงการบันเทิงกี่ปีแล้ว?



ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง จากตั้งแต่เริ่มมาคือไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาตั้งแต่แรกครับ แต่ว่าก็เหมือนแบบพยายามทำในสิ่งที่เราไม่ได้ถนัด หรือว่าเราอาจจะไม่ได้ชอบอ่ะครับ แต่ว่าเราก็มองไปสู่จุดมุ่งหมายความสำเร็จของเราในวันข้างหน้า ว่าเราจะทำไปเพื่ออะไรอะไรยังไงครับ อย่างโอ้เองก็เพิ่งมาค้นพบตัวเองที่เข้ามาในวงการบันเทิงได้ลองมาเป็นนักแสดง ก็เลยได้เหมือนได้ทำงานก่อนเพื่อนๆ ครับ ก็เลยเหมือนได้มีโอกาสเจอตัวเองก่อนคนอื่น



อยู่กับวงการนี้มาประมาณ 14 ถึง 15 ปีครับ ผมเองนี่เป็นคนที่ขี้อายครับ ตั้งแต่เด็กๆ นะครับ แล้วก็ไม่ชอบครับเวลาคือผมที่บ้านเนี่ยอย่างฝั่งบ้านคุณแม่นะครับก็จะทำปั๊มน้ำมัน ผมเองก็จะเป็นเด็กปั๊มครับ มาตั้งแต่เด็กๆ ก็คือจะไปช่วยแม่เติมน้ำมันที่หน้าร้าน แล้วก็ผมจะดูแลพวกลานจอดรถ ใครจอดรถเนี่ยผมไม่ได้เลย ผมจะวิ่งเข้าไปขอ 20 บาทครับ เพื่อค่าจอดรถ ซึ่งตอนเด็กๆ ก็เป็นคนเล่นซนทั่วไปอ่ะครับ ไม่ได้เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก แล้วก็ไปเรียนปานกลาง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเรียนห่วย ก็เรียนปานกลาง แล้วก็พยายามประคับประคองมาตลอด แต่ว่าเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะคล้ายๆ แบบเป็นคนที่เหมือนลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดครับ



มาริโอ้ จากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม

ฝันมาริโอ้ = นักเล่นสเกตบอร์ดทีมชาติไทย



เป้าหมายของตัวเองตั้งแต่เด็กๆ ก็คือเล่นสเกตบอร์ด (อยากเป็นนักเล่นสเกตบอร์ด) ใช่ครับอยากจะเป็นตัวแทนทีมชาติไทยครับ เราก็ไปถึงแข่งครับ แต่ไปแข่งแล้วก็รู้สึกว่าเออเราไม่รอดแล้ว แต่ก็ไม่เคยทิ้งนะครับ คือสเกตบอร์ดมันเป็นเหมือนกีฬาอันแรกๆ ที่ผมรู้สึกว่ามันเท่ แล้วก็รู้สึกว่าถ้าเล่นได้แล้วมันเจ๋งจัง แล้วมันดูเล่นยากแล้วพอเราซ้อม เราเล่น กว่าเราจะได้ท่านึงมันนานมากครับ แต่เราก็แบบกับเพื่อนซี้อย่างนี้ไม่ท้อ พยายามแบบวันนี้เจ็บแค่ไหน พรุ่งนี้ก็จะลุกขึ้นมาเล่นอีก จะเจ็บแค่ไหนเราก็สู้ หกล้มขาเปิดถลอกเลยเราก็สู้ ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเหมือนแบบแรงบันดาลใจของเรา



วงการนี้สอนอะไรกับโอ้บ้าง

เยอะครับ หลายอย่าง ทั้งเรื่องของการรับผิดชอบ เรื่องของการตรงต่อเวลา รู้จักเด็กผู้ใหญ่ แล้วก็ความมีวินัย

ในวงการละครยังไม่ถึงขีดสุด

ผมว่ามันก็อาจจะเป็นจังหวะ แล้วก็คือผมไม่ได้มองว่าคำว่าจุดสูงสุดคือมันต้องดังที่สุด แต่ว่าจุดสูงสุดของผมคือคนดูเขาชอบกับงานที่เราทำมากกว่า มันไม่ได้แปลว่าหนังที่ดังที่สุด อาจจะเป็นหนังที่คนชื่นชอบเยอะก็จริง แต่บางอันเราอาจจะแบบข้ามผ่านจุดต่างๆ ที่เราอาจจะไม่เคยทำได้เลย เราอาจจะลองทำอยู่ในละครนี้ บางทีเราก็ไม่ได้ซีเรียส ว่าแบบมันต้องดังที่สุดหรือว่าอะไร ทุกคนก็คาดหวังไว้ให้มันดัง ให้มันดี ให้คนชอบครับ แต่ถ้ามันยังไม่ถึงจุดแล้วก็พยายามต่อไปครับ



มาริโอ้ จากภาพยนตร์เรื่อง สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก

คิดว่าตัวเองจะเป็นนักแสดงอีกสักกี่ปี

ก็คงจะเป็นจนกว่า คงจะไม่ได้มีลิมิตอ่ะครับ ว่าจะหยุดเมื่อไหร่ครับ ผมเห็นรุ่นใหญ่เขาเล่นจนเขาอายุเยอะแล้วเขาก็ยังมาเล่นเป็นพ่อได้เลย (ไม่ได้ติดภาพพระเอกไปตลอด) ใช่ครับ วันหนึ่งอาจจะเป็นคนร้ายก็ได้ใครจะรู้ครับ

ยุคโซเชียลวงการทีวี ละคร ค่อนข้างซบเซา

ผมว่ามันเป็นจังหวะของมันอ่ะครับ มันไม่มีทางหรอกครับที่ละครมันจะดังติดกันเป็นสิบๆ เรื่องครับ มันก็ต้องขึ้นแล้วก็ลงขึ้นแล้วก็ลง มันอาจจะไม่ได้แบบพีคที่สุด แต่ว่ามันก็อาจจะดีในแบบของมันแล้ว



ก็อยากสนับสนุนให้ดูสดนะครับ เพราะว่าดูละครสดมันดีที่สุด แล้วก็หนึ่งก็คือช่วยให้กำลังใจคนที่สร้างละครด้วย เพราะว่าบางทีคนอาจจะมองว่าดูได้ด้วย YouTube ดีกว่า ก็อาจจะเป็นความสะดวกของแต่ละคน ก็เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกขึ้นมาครับ แต่ว่าถ้าเป็นไปได้การที่เราดูสด มันก็จะเป็นการเหมือนให้กำลังใจ แล้วก็เหมือนช่วยทีมละคร ช่วยอะไรเพื่อมีงานมีแรงทำกันต่อไปด้วยครับ



มาริโอ้ จากละครเรื่อง ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง

ยุคพัฒนาการของวงการบันเทิงไทย



ผมรู้สึกว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผมว่ามันก็ดีอย่าง แล้วก็เสียอย่าง หนึ่งก็คือทำให้คนอยากเข้าหากันได้ง่ายขึ้น มีอะไรแบบมีทางเลือกเยอะขึ้นใช่ไหมครับ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะทำให้สับสน อาจจะไม่รู้จะดูอันไหนดีก่อน หรือว่าจะดูอันไหนอะไรเงี้ย อย่างที่โอ้บอกครับ ถ้าเราจะแบบให้กำลังใจคนทำละครด้วยกันอย่างนี้ หรือว่าดูรายการต่างๆ ก็อยากให้ดูในช่วงเวลาที่เราออนแอร์จริงๆ ดูสดจริงๆ มันก็เหมือนเราให้กำลังใจทีมงาน คนทำ เพราะว่าการจะทำละครหรือว่าทำรายการอะไรสักอย่างนึงอ่ะ มันไม่ได้ง่ายเลย แล้วกว่าจะผ่านมามันก็ยาก ถ้าเราไปดูใน YouTube หรืออะไรอยู่ตลอดเนี่ย มันก็เหมือนเรตติ้งละครก็ไม่ขึ้น บางทีรายการนั้นมันก็อาจจะหายไป ก็ทำให้หายไป แต่ว่าเราทุกคนมันก็มีส่วนที่ทำให้แบบตัวละครหรือว่าตัวรายการอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องสนับสนุนกันให้ถูกเวลาด้วยครับ



ดราม่าโซเชียลกับดาราของคู่กัน

ริงๆ มันก็ไม่ได้เพิ่งมีนะครับ มันก็มีมานานแล้วล่ะครับ ดราม่าในโซเชียลต่างๆ ผมรู้สึกว่ามันอยู่ที่เรานี่ล่ะครับว่าเราจะเลือกรับอันไหน ถ้าเราไปรับอันที่มันไม่ดี หรือว่าเราไปรับอันที่มันอ่านแล้วมันแบบเราเก็บมาคิด เก็บมาเศร้ากับตัวเอง หรือเราไปอ่านตรงที่บางอย่างมันไม่ใช่ตัวเรา หรือเขาเขียนมาอะไรก็ไม่รู้แต่เราไปอ่าน แล้วเราก็เครียดเอง ถามว่าโอ้อ่านบ้างไหม ผมอ่านครับ มีอาจจะเครียดบ้างนิดนึง แต่ผมก็ทิ้งเลย เพราะผมรู้สึกว่ามีอย่างอื่นน่าเครียดกว่าอีก



อยากเข้าสู่วงการต้องทำอย่างไร

บางคนก็ไม่ต้องสวยหล่อนะครับที่จะมาเป็นดารานักแสดง บางคนเขามีความสามารถครับ เขาไม่ได้ใช้แค่รูปร่างหน้าตา รูปร่างหน้าตาเป็นส่วนหนึ่งครับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่าง ก็อยากให้กำลังใจทุกคนนี้แบบอยากจะมาทำงานตรงนี้ ก็อยากให้เตรียมพร้อมแล้วก็พยายามฝึกฝน ครับทั้งร่างกายจิตใจ แล้วก็พอเราได้มาทำงานก็จะรู้สึกว่าเออมันง่ายขึ้น

อย่างโอ้เองก็ไม่ได้รักเลยครับ ไม่ได้รู้จักก่อน แต่ก็อยากให้หาตัวเองให้เจออ่ะครับ ว่าตัวเองชอบอะไร รักอะไร อย่างโอ้เองก็มาชอบ มาเจอการแสดงนี้ก็รู้สึกว่ามีความสุขที่ได้ทำ แล้วก็ได้เห็นผลงานของตัวเองออกมา แล้วก็อยากจะให้ทุกคนในแบบหาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารักจริงๆ แล้วก็ลุยไป แต่อย่าแบบขออย่างเดียวอย่ามุ่งไปอย่างเดียวที่เราจะไปอย่างนี้อย่างเดียว โดยที่เราลืมทุกอย่างที่อยู่ข้างๆ เราลืมคนข้างๆ ลืมครอบครัว อยากให้ไปด้วยความที่อย่าลืมเอารอบๆ ข้างเราให้ดีไปด้วย แล้วก็มันจะได้ไปสู่เป้าหมายของเราได้ดีขึ้น



เด็กรุ่นใหม่เอาโอ้เป็นตัวอย่างในการหาตัวตน โอ้จะบอกกับเขาว่ายังไง

โอ้ไม่ได้มองว่าตัวเองเก่งนะครับ คือมองว่าเราสู้มากกว่าครับ เหมือนเราไม่ท้อในสิ่งในบางอย่าง อย่างโอ้มาทำงานในวงการแรกๆ ก็ไม่ได้บอกว่ามาง่ายๆ เลยนะครับ ก็เริ่มไปตั้งแต่ Casting ไปนั่งอยู่ตั้งนานกว่าจะได้งานใดสักงานนึง แล้วก็พอมาเล่นหนังก็เหมือนเราก็ต้องทิ้งชีวิตวัยรุ่นของเราครับ แบบอย่างเพื่อนๆ เขายังได้ไปเล่นได้ไปแบบไปเที่ยวเล่น หรือว่าไปทำอย่างอื่น แต่เราเองก็ต้องเหมือนโฟกัส ต้องทำงาน ต้องอ่านบท ต้องมีวินัยในการนอน ตื่นก็ต้องพยายามตื่น ทุกวันนี้ก็ยังไม่ใช่ว่าตื่นได้นะครับ แต่ก็พยายามแบบบอกตัวเองอยู่ตลอดนะครับ ว่าเอ๊ยเราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม



ถ้าเราอยากจะไปสู่จุดที่เรามุ่งหมายเอาไว้ มันไม่ได้แบบว่าเดินไปแป๊บเดียวจะถึงแล้วครับ แต่ว่าก็อยากจะมาเตือนแค่ว่าบางทีเราต้องอย่าลืมดูด้วยนะครับ ว่าแบบระหว่างทางเป็นยังไง และเราก็ต้องแบบพัฒนาตัวเองด้วย

มาริโอ้ เมาเร่อ

ชมคลิปข่าว


Post Bottom Ad